Logo

เจาะลึกเรื่อง ชานมไข่มุก สำหรับคนไทยและคนใน SEA

บทความนี้เกี่ยวกับ

ถ้าให้พูดถึงเครื่องดื่มยอดนิยมที่แก้กระหาย ที่นอกเหนือ กาแฟ หรือชา แล้วก็คงเป็น ชานมไข่มุก ซึ่งบางคนถือว่าเป็นอาหารในหนึ่งมื้อได้เลยด้วยซ้ำ เพราะว่าไม่เพียงแค่ดื่มเครื่องดื่มแต่ยังมี ไข่มุก หรือท๊อปปิ้งที่อยู่ภายในตัวชา ซึ่งก็สามารถทำให้อิ่มท้องไปได้เลยทีเดียว วันนี้ nConnect เลยมาแชร์ ข้อมูลเชิง ลึกสำหรับประเทศใน SEA หรือ Southeast Asia หรือเรียกว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า คนไทย และคนใน SEA นั้นจ่ายค่าชานมไข่มุกกันเท่าไหร่ และขนาดตลาดในแต่ละประเทศ ใหญ่ขนาดไหนช

ความหมายของแต่ละคำเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

SEA ย่อมาจาก Southeast Asia หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันนี้ nConnect Insight ขอมาแบ่งปันเรื่องราวของชานมไข่มุก สำหรับธุรกิจ หรือแบรนด์ที่กำลังหาข้อมูลสำหรับการลงทุน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มูลค่าตลาดชานมไข่มุกใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 3.66 พันล้านดอลล่าสหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่ารวมทั้ง ชานมไข่มุกข้ามสัญชาติ และในแต่ละประเทศ 

 

มูลค่าตลาด ของชานมไข่มุกรวมนั้น หากแยกเป็น 6 อันดับประเทศมีมูลค่าตลาดสูง มีดังนี้

  • ประเทศอินโดนีเชีย มีมูลค่าตลาด คือ 1.6 พันล้านดอลล่าสหรัฐ​ ซึ่งเป็นอันดับ 1 ใน SEA
  • ประเทศไทย มีมูลค่าตลาด 749 ล้านดอลล่าสหรัฐ ซึ่งเป็นอันดับ 2 ใน SEA 

  • ประเทศเวียดนาม มีมูลค่าตลาด 362 ล้านดอลล่าสหรัฐ ซึ่งเป็นอันดับ 3 ใน SEA

  • ประเทศสิงคโปร์ มีมูลค่าตลาด 342 ล้านดอลล่าสหรัฐ

  • ประเทศมาเลเชีย มีมูลค่าตลาด 330 ล้านดอลล่าสหรัฐ

  • ประเทศฟิลิปปินส์ มีมูลค่าตลาด 280 ล้านดอลล่าสหรัฐ

ถ้าสรุปคือประเทศไทย อยู่ในอันดับ 2 โดยมีมูลค่าตลาดของชานมไข่มุกอยู่ที่ 749 พันล้านดอลล่าสหรัฐ หรือ 2.64 หมื่นล้านบาท

ตลาดชานมไข่มุก

 

หากพูดถึงประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกคือประเทศจีน แต่ไม่ได้เรียกว่า Buble Tea แต่เรียกว่า New Tea

ประเทศจีนไม่ได้อยู่ใน SEA แต่หากดูจากประชากรที่นิยมชานมไข่มุกแล้วถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ซึ่ง มีมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลล่าสหรัฐ หรือ หรือ 7 แสนล้านบาท

โดยมี 3 แบรนด์ ที่นิยมมากที่สุดในจีนคือ 

  1. Nayuki มีมูลค่าตลาด 1.3 พันล้านดอลล่าสหรัฐ ข้อมูลเดือนกรกฏาคม 2565
  2. Heytea มีมูลค่าตลาด 9 พันล้านดอลล่าสหรัฐ ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2564
  3. Honey Snow City  มีมูลค่าตลาด 3 พันดอลล่าสหรัฐ 

Bubble in China

 

การเติบโตของตลาดชานมใข่มุกในประเทศจีน

จริงๆแล้ว ประเทศจีนไม่ได้อยู่ใน SEA หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่ถือว่าเป็นประเทศมีความนิยมมากๆ ซึ่ง หากดูการเติบโตในประเทศจีนแล้ว เติบโตอย่างก้าวกระโดดมากๆ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ถ้าหากมีเจ้าของธุรกิจชานมไข่มุกในประเทศไทยนั้น ไปลงทุนที่ประเทศจีน

ชานมไข่มุกในประเทศจีน

 

 

 

 

 การเรียกชาในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก 

Tea หรือ Cha / Chai  หรือ อ่านว่า ที หรือ หรือ ชา หรือ ไช นั้นเป็นคำเรียกในแต่ละภูมิภาค โดย Momentum works research ได้แยกย่อยออกมา ซึ่งถ้าเป็นประเทศไทย จะเรียกว่า Cha/chai หรือ ชา หรือไช นั่นเอง รวมถึงในหลายประเทศที่เรียกเหมือนกันคือ จีน เวียดนาม อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเชีย เป็นต้น

ซึ่งการเรียก Cha หากเป็นประเทศที่บนแผ่นดินหลัก และ เรียกว่า Tea จะเรียกสำหรับประเทศที่อยู่ในทะเล
โดยชานมไข่มุกเริ่มต้น มาจากประเทศใต้หวัน เมื่อปี 1986 ซึ่งจะเรียกว่า Bubble Tea หรือ boba milk tea 

เกี่ยวกับชาทั่วโลก

 

 

 

ชานมไข่มุก เริ่มเข้ามาแทนที่เมนูโปรด สำหรับหลายๆคน ที่ทานง่ายในทุกๆที่ 

โดยในหลายส่วนของโลก ชานมไข่มุกเป็นภาษาของการเสพติด ที่ใช้ร่วมกันในการเรียกว่า Bubble Tea

ซึ่งเมื่อใครติดคาเฟอีนจนเป็นนิสัยนั้น ยิ่งเมื่อเป็น
คาเฟอีนในชานมครีมหวานเย็นผสมไข่มุก ที่มีความเคี้ยวหนีบ จะยิ่งทำเป็นเมนูโปรดมากยิ่งขึ้นอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอุณหภูมิกวางวันเฉลี่ยสูงกว่า 30 องศา ตลอดทั้งนั้นปี

Bubble Tea

 

ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือแฟนชานมไข่มุกตัวยง
รวมทั้งความฝันของหลายๆคนก็อยากเป็นเจ้าของร้านชานมไข่มุกด้วย

ลองมาดูแต่ละประเทศกันดูว่า ชานมมีอิทธิพลแค่ไหน

ประเทศไทย มีประชากร 69 ล้านคน : เรียกได้เลยว่า ถือเป็นตลาดของชา และวัตนธรรมชานมได้เลยทีเดียว ซึ่งจะนิยมดื่มชาเย็นกันเป็นหลัก และมักจะใช้สำหรับดื่มเพื่อแก้อาการเผ็ดจากอาหารได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีแบรนด์ชานมที่เกิดขึ้นในประเทศที่มากมาย

มาเลเชีย มีประชากร 33 ล้านคน : เป็นที่นิยมของประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีกำลังซื้อ ซึ่งอยู่ระหว่างอายุระหว่าง 15 – 39 ปีซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มอายุที่มีมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่ง Subang Jaya นั้นขึ้นซึ่งเรื่องถนนชานม และมีแบรนด์ชานมกว่า 10 แบรนด์ ในปี 2019 และ 2020

สิงคโปร์ ประเทศนี้มีกำลังใช้จ่ายที่สูงอยู่แล้วเมื่อเทียบรายได้แต่คน ซึ่งนิยมเลือกซื้อแบรนด์พรีเมียม อย่างเช่น HEYTEA ซึ่งประชากรของประเทศสิงคโปร์นั้นใส่ใจเรื่องสุขภาพ โดยจะเน้นหวานน้อย หรือน้ำตาลน้อยเป็นหลัก

เวียดนาม ประเทศที่มีวัฒนธรรมด้านการกาแฟที่ใหญ่มาก (เป็นผู้ผลิตกาแฟที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล) ซึ่งชานมไข่มุก นั้นได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้ จากการนำเข้าแบรนด์ชานมไข่มุก ในประเทศ

ฟิลิปปินส์ ถือว่าเป็นประเทศที่กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวาน เป็นที่นิยมมาก ซึ่งเริ่มเริ่มมีแบรนด์ Serenitea แบรนด์ท้องถิ่นจากที่นั่นเริ่มสร้างความนิยมชานมไข่มุก ในท้องถิ่นปี 2008 ซึ่งรับช่วงจาก frappuccinos เครื่องดืมยอดนิยมในขณะนั้น

อินโดนีเชีย ตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน SEA หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับชานมไข่มุก ซึ่งนิยมมากในวัยหนุ่มสาว ถึง 41% หรือ อายุประมาณ 15 – 39 ปี โดยมีแบรนด์ชานมไข่มุก ทั้งที่เน้นกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะ/และแบบทั่วไปจำนวนมากในจาการ์ตา

Southeast asian about Bubble tea

 

มูลค่าการซื้อขายในตลาดของชานมใข่มุกคือ 3.66 พันล้านดอลล่า ต่อปี ใน SEA

โดยมีประเทศอินโดนีเชีย และประเทศไทย มีขนาดตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในอินโดนีเซีย ส่วนแบ่งของคำสั่งซื้อที่ทำผ่านแพลตฟอร์มการจัดส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิท 19 แม้ว่าการค้าปลีกออฟไลน์จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แต่ออนไลน์ยังคงมีอยู่เนื่องจากการจราจรและสภาพอากาศในประเทศ

ผู้บริโภคในประเทศไทยมีการบริโภคชานมไข่มุกโดยเฉลี่ยสูงสุดเมื่อเทียบกับผู้บริโภคในภูมิภาคอื่นๆ ตามแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร Wongnai มีร้านชานมไข่มุกมากกว่า 31,000 แห่งในประเทศ

สิงคโปร์มีประชากรน้อยที่สุด แต่มีขนาดการสั่งซื้อเฉลี่ยสูงสุด (เช่น สำหรับชานมไข่มุกมาตรฐานจากแบรนด์เดียวกันและผลิตภัณฑ์เดียวกัน มีค่าใช้จ่าย 3.9 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 2 ดอลลาร์โดยเฉลี่ยในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

brand in Southeast asia about Bubble Tea

 

วิวัฒนาการชานมไข่มุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การแบ่งกลุ่มแบรนด์ในตลาดชานมไข่มุก 

กลุ่ม Mass หรือ กลุ่มทั่วไป

การขายกลุ่มนี้จะเน้นพื้นที่ เข้าถึงง่าย มีการจราจรสูง เช่น โรงเรียน สถานีรถไฟ หรือสถานีขนส่งต่างๆ
กลุ่มนี้ราคาจะอยู่ที่ไม่เกิน $2 หรือประมาณไม่เกิน 60 บาท
โดยเป็นกลุ่มที่ต้องการการจัดการต้นทุนที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาความได้เปรียบด้านราคา

กลุ่ม Mid-end Malls , Office หรือ กลุ่มปานกลาง และพนักงานออฟฟิศ

ราคาจะอยู่ที่ $2 – 5 หรือประมาณ 60 – 150 บาท
โดยเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันมากที่สุดเนื่องจากแบรนด์ส่วนใหญ่กำหนดเป้าหมายกลุ่มนี้ -และต้องการสร้างความแข็งแกร่งที่แตกต่างกับคู่แข่ง

กลุ่ม Premium หรือ พรีเมียม

กลุ่มแบรนด์ระดับนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หรือศูนย์การค้าที่มีกำลังการซื้อที่สูง
ราคาจะอยู่ที่ $5 ขึ้นไป หรือ 150 บาท ++

ต้นทุนการเช่าพื้นที่ที่สูง ก่อให้เกิดความท้าทาย
โดยกลุ่มนี้จะปรับขนาดให้อย่างยั่งยืน สิ่งที่กลุ่มเหล่านี้ทำคือการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ห่วงโซ่อุปทาน และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

** ราคาเป็นราคาเปรียบเทียบจากราคาต่างประเทศที่นับจาก US$ หรือ ดอลล่าสหรัฐ

กลุ่มเป้าหมายชานม

 

โดยเมื่อสรุปแล้ว 

  • ตลาดชานมไข่มุกที่ใหญ่ในสุดใน SEA (Sountheast Asia) หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้นคือ  ประเทศอินโดนีเซีย ($1.6 พันล้าน) ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 2 ($749 ล้าน)
  • ประเทศที่มีค่าเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวมากที่สุด สำหรับชานมไข่มุก 1 แก้วมากที่สุดคือประเทศสิงค์โปร์ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังการจ่ายสูงมากต่อครั้ง
  • ประเทศมาเลเชียกลุ่มที่นิยมชานมไข่มุก มากที่สุดคือกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-39 ปี ซึ่งมีสัดส่วนประชากรกลุ่มนี้มากที่สุดใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในบทความนี้จะเป็นบทความสรุป เรื่องชานมไข่มุกของประเทศในกลุ่มอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) หรือ SEA (Southeast Asia) โดยเป็นข้อมูลพื้นฐานมาจากปี 2021 และต้นปี 2022 โดยเป็นบทความที่ เรียบเรียงมาจาก Momentum Works เรื่อง ชานมไข่มุก

สามารถอ่านข้อมูลและดาวน์โหลดเอกสาร PDF ตัวจริงได้จาก
thelowdown.momentum.asia

 

อ่านบทความอื่นๆ ของ nConnect ได้ที่ nConnect insights 

 

 

บทความนี้เกี่ยวกับ

แชร์บทความนี้

บทความอื่นๆ ที่แนะนำ

ติดตาม nConnect